โรงเรียนดาวนายร้อยโลโก้

เมนู

ติดตามเรา

📞 02 102 4458, 074 326 959

📍 โรงเรียนดาวาหยรอย

Roadmap สำหรับคนอยากเป็นทหาร อยากเป็นตำรวจ
บทความใหม่

อยากเป็นทหารหรือตำรวจ ต้องเตรียมตัวอย่างไร ? Roadmap เส้นทางสู่เตรียมทหารและโรงเรียนนายร้อย ตั้งแต่ ม.1 – ม.6

อยากเป็นทหารเส้นทางอาชีพ

วามฝันที่อยากเป็นทหารหรืออยากเป็นตำรวจ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสวมเครื่องแบบที่มีเกียรติเท่านั้น แต่คือการเตรียมพร้อมเพื่อแบกรับความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่การสอบติดโรงเรียนเตรียมทหารหรือโรงเรียนเหล่าทัพนั้นมีการแข่งขันที่สูงมากในแต่ละปี การมีความมุ่งมั่นเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ต้องมี "แผนที่นำทาง" หรือ Roadmap ที่ชัดเจนตั้งแต่วัยมัธยม เพื่อให้การเตรียมตัวทั้งด้านวิชาการ ร่างกาย และจิตใจ สอดคล้องกับเกณฑ์การคัดเลือกที่เข้มงวด บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่และน้อง ๆ ไปเจาะลึกทุกขั้นตอนการเตรียมตัว ตั้งแต่ ม.1 จนถึง ม.6 เพื่อเตรียมตัวมุ่งสู่อาชีพในอนาคตตามที่ได้ตั้งใจ

ทำความเข้าใจให้ชัด! อยากเป็นทหาร-ตำรวจ มีกี่เส้นทาง ? และเส้นทางไหนที่เหมาะกับตนเอง ?

ฝึกความพร้อมของร่างกายเพื่อสอบเตรียมทหาร-ตำรวจ

สิ่งแรกที่นักเรียนและผู้ปกครองต้องทำความเข้าใจให้ชัดคือ "ทหาร" และ "ตำรวจ" ไม่ได้มีแค่เส้นทางเดียว แต่ละเส้นทางมีจุดเริ่มต้น ระยะเวลา และปลายทางที่ต่างกัน การเลือกเส้นทางให้ตรงกับเป้าหมายตั้งแต่ต้นจะช่วยให้การเตรียมตัวมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทหารเกณฑ์ VS นายทหารสัญญาบัตร – ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ทหารเกณฑ์ คือ พลทหารหรือนายทหารกองประจำการที่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารตามกฎหมายของประเทศไทยเมื่อมีอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ โดยระยะเวลาการฝึกและประจำการขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่กำหนด (สูงสุด 2 ปี) มียศเริ่มต้นที่พลทหาร ทั้งนี้หากมีวุฒิการศึกษาตั้งแต่ระดับ ม.3 ขึ้นไป ก็มีโอกาสสอบเลื่อนตำแหน่งสู่ระดับนายทหารชั้นประทวน เช่น จ่าสิบเอก (ทหารบก) พันจ่าเอก (ทหารเรือ) จ่าอากาศ (ทหารอากาศ) และสามารถเลื่อนระดับไปสู่นายทหารสัญญาบัตรได้ในที่สุด แต่ใช้เวลานาน

นายทหารสัญญาบัตร คือ ข้าราชการทหารที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งยศตั้งแต่ระดับนายร้อยตรี (ทหารบก) เรือตรี (ทหารเรือ) เรืออากาศตรี (ทหารอากาศ) และเลื่อนระดับยศไปจนถึงพลเอก เส้นทางนี้ต้องเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมทหาร (ตท.) ต่อด้วยโรงเรียนนายร้อยตามเหล่าทัพที่เลือก มีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำระดับปริญญาตรี

ดังนั้นโดยสรุป ทหารเกณฑ์ คือ คนที่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร (พลทหาร) จากนั้นสามารถสอบเพื่อรับตำแหน่งสิบตรีและนายทหารชั้นประทวนได้ ขณะที่นายทหารสัญญาบัตร คือ คนที่เรียนทหารมาโดยตรง ตั้งแต่โรงเรียนเตรียมทหารต่อด้วย จปร. มีวุฒิการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป มียศเริ่มต้นคือนายร้อยตรี

เส้นทางสู่นายทหาร ผ่านโรงเรียนเตรียมทหาร

สำหรับนักเรียนที่อยากเป็นทหารในระบบนายทหารสัญญาบัตร เส้นทางเริ่มต้นที่การสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร (ตท.) ซึ่งโดยทั่วไปเปิดรับนักเรียนในช่วงชั้น ม.4–ม.5 หรือเทียบเท่าตามเกณฑ์ที่กำหนดในแต่ละปี เมื่อเรียนครบตามหลักสูตรแล้ว ต้องสอบเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนนายร้อยตามเหล่าทัพที่เลือก อีก 5 ปี ได้แก่

  • โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) (ทหารบก)
  • โรงเรียนนายเรือ (ทหารเรือ)
  • โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช (ทหารอากาศ)

เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจะได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งยศร้อยตรี (ทหารบก) เรือตรี (ทหารเรือ) หรือเรืออากาศตรี (ทหารอากาศ)

เส้นทางสู่นายตำรวจ – ผ่านโรงเรียนเตรียมทหาร

เส้นทางสู่การเป็นนายตำรวจสำหรับคนที่อยากเป็นตำรวจเริ่มจากการสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร (ตท.) เหมือนกัน แต่เป็นส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีเกณฑ์อายุระหว่าง 16–18 ปี และกำลังศึกษาในระดับ ม.4 หรือเทียบเท่าขึ้นไป เมื่อเรียนครบ 2 ปี ตามหลักสูตรแล้วต้องเข้าศึกษาต่อกับโรงเรียนนายร้อยตำรวจอีก 4 ปี (สอบเข้า) เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจะได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งยศร้อยตำรวจตรี

เปรียบเทียบทหาร vs ตำรวจ เลือกเส้นทางไหนดี

ทหารเปรียบได้กับรั้วของชาติ มีหน้าที่สำคัญในการปกป้องดูแลประเทศเพื่อความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย ไม่ให้ศัตรูจากประเทศอื่นเข้ามารุกรานสร้างความเดือดร้อน ซึ่งทหารจะแยกออกได้ทั้งทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ โดยแต่ละหลักสูตรจะมีการเรียนและฝึกฝนหนักแบบเฉพาะด้านต่างกันไปเพื่อสร้างทักษะที่ถูกต้อง รวมถึงต้องอยู่อาศัยประจำค่ายต่าง ๆ ทั่วประเทศ มีความมั่นคงด้านอาชีพสูง

ตำรวจมีหน้าที่สำคัญในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน สร้างความสงบเรียบร้อยให้กับบ้านเมือง ลดการก่ออาชญากรรม รักษากฎหมายและคอยสอดส่องป้องกันไม่ให้มีผู้กระทำผิด รวมถึงมีอำนาจจับกุมและแจ้งข้อหาเพื่อลงโทษตามกฎหมายต่อผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ลักษณะการฝึกและหน้าที่จะแตกต่างกันตามบทบาทของแต่ละสายงาน และส่วนมากจะอยู่อาศัยตามพื้นที่รับผิดชอบ มีโอกาสเติบโตในอาชีพเร็ว

นายทหารสัญญาบัตร นายตำรวจสัญญาบัตร
หน้าที่หลัก ปกป้องอธิปไตยของชาติ ดูแลความมั่นคงของประเทศ ดูแลความสงบเรียบร้อย บังคับใช้กฎหมาย คุ้มครองประชาชน
เส้นทางการศึกษา ตท. (2 ปี) → จปร./นายเรือ/นายเรืออากาศ (5 ปี) ตท. ตำรวจ (2 ปี) → นรต. (4 ปี)
ยศเริ่มต้น ร้อยตรี / เรือตรี / เรืออากาศตรี ร้อยตำรวจตรี
ลักษณะการปฏิบัติงาน ประจำค่ายทั่วประเทศ อาจมีภารกิจต่างพื้นที่ ปฏิบัติงานตามพื้นที่รับผิดชอบ โอกาสอยู่ใกล้บ้านมากกว่า
ความมั่นคงในอาชีพ สูงมาก มีสวัสดิการครบครัน สูง มีโอกาสเติบโตในสายงานได้เร็ว
เหมาะกับใคร รักความท้าทาย พร้อมเคลื่อนย้ายตามภารกิจ ต้องการดูแลชุมชน ชอบงานสืบสวนและบังคับกฎหมาย

Roadmap สำหรับคนอยากเป็นทหาร-ตำรวจ ตั้งแต่ ม.1 ถึงวันสอบจริง

คลาสเรียนวิชาการ เตรียมพร้อมสำหรับคนอยากเป็นทหาร-ตำรวจ

เมื่อเลือกเส้นทางได้แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการวางแผนให้ครบทุกปี ไม่ว่าเป้าหมายจะอยากเป็นทหารหรืออยากเป็นตำรวจ ทั้งสองเส้นทางต้องการการเตรียมตัวที่ครอบคลุมทั้งวิชาการ สมรรถภาพร่างกาย และวินัยไปพร้อมกัน Roadmap ด้านล่างนี้ออกแบบมาเพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองเห็นภาพรวมทั้งหมดตั้งแต่ ม.1 จนถึงวันสอบจริง

01

ม.1 - ม.2 วางรากฐานความรู้

การเรียนในระดับ ม.1 - ม.2 จะเน้นเตรียมตัวทั้งด้านความรู้ทางวิชาการ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และสังคมศึกษา เตรียมความพร้อมด้านสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ เช่น วิ่งระยะกลาง ดึงข้อ ว่ายน้ำ ลุกนั่ง ฯลฯ ฝึกระเบียบวินัย ความตรงต่อเวลา ความรับผิดชอบ เป็นต้น

02

ม.3 จุดพลิก เตรียมสอบ ตท.

ในระดับ ม.3 จะมีความจริงจังมากขึ้นทั้งด้านวิชาการ ร่างกาย จิตใจ และระเบียบวินัยต่าง ๆ การเรียนเริ่มชี้ชัดให้เห็นความแตกต่างของการเป็นทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ และการเป็นตำรวจ นักเรียนที่อยากเป็นทหารหรืออยากเป็นตำรวจควรเริ่มทำความเข้าใจโครงสร้างข้อสอบของ ตท. และฝึกความพร้อมด้านสมรรถภาพร่างกายอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ตกหล่นเมื่อถึงปีสมัครจริง

03

ม.4 - ม.5 การเรียนแบบเข้มข้น

นี่คือช่วงที่หนักที่สุดและสำคัญที่สุดของทั้งเส้นทางทหารและตำรวจ เนื้อหาวิชาการที่ต้องเชี่ยวชาญครอบคลุม คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา โลกและดาราศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา ควบคู่ไปกับการฝึกสมรรถภาพร่างกายและวินัยอย่างเต็มรูปแบบ นักเรียนที่มีความพร้อมสามารถยื่นสมัครสอบเตรียมทหารได้ในช่วงชั้น ม.4 หรือ ม.5 ตามเกณฑ์ของปีนั้น ๆ

04

ม.6 ปีสุดท้ายก่อนสอบสนามจริง

ม.6 คือปีที่ทุกสิ่งที่สะสมมาตั้งแต่ ม.1 จะถูกนำมาใช้จริง การเตรียมตัวในปีนี้เน้นที่การทำข้อสอบเก่าของเตรียมทหารอย่างเป็นระบบ การฝึกสมรรถภาพร่างกาย 8 สถานีให้ผ่านเกณฑ์ การฝึกระเบียบวินัยทหาร และการเตรียมพร้อมสำหรับการสัมภาษณ์และคำถามเชิงจิตวิทยา ซึ่งใช้ร่วมกันทั้งเส้นทางทหารและเส้นทางตำรวจ

โรงเรียนมัธยมดาวนายร้อย – เตรียมพร้อมทุกมิติสำหรับเส้นทางในฝัน

การวางแผน Roadmap ที่ดีต้องมาพร้อมกับสภาพแวดล้อมและหลักสูตรที่รองรับเป้าหมายได้จริง "โรงเรียนมัธยมดาวนายร้อย" คือโรงเรียนประจำที่รับสมัครทั้งนักเรียนชายและหญิงทั่วประเทศ เปิดสอนตั้งแต่ระดับ ม.1 – ม.6 โรงเรียนของเรามีหลักสูตร โครงการอาชีพ (Career-Based Curriculum) ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งเส้นทางสายอาชีพของนักเรียนที่อยากเป็นทหารและตำรวจโดยเฉพาะ ครอบคลุมวิชาการเข้มข้น การฝึกสมรรถภาพร่างกาย จิตใจ และระเบียบวินัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ในสภาพแวดล้อมที่ออกแบบมาเพื่อสร้างนักเรียนที่พร้อมสอบเตรียมทหารอย่างแท้จริง

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการเป็นทหาร-ตำรวจ (FAQ)

Q : อยากเป็นทหาร ต้องเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ชั้นไหน ?

A : แนะนำให้เริ่มตั้งแต่ ม.1 เพื่อวางรากฐานวิชาการและสมรรถภาพร่างกายให้แข็งแรง เพราะการสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร (ตท.) ต้องการความพร้อมทั้งสองด้านพร้อมกัน การเริ่มเร็วจะลดแรงกดดันในช่วง ม.4–ม.5 ซึ่งเป็นปีสอบจริง

Q : อยากเป็นตำรวจ ต้องผ่านโรงเรียนเตรียมทหารไหม ?

A : สำหรับการเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร (ร้อยตำรวจตรี) ต้องผ่านโรงเรียนเตรียมทหารในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อน จากนั้นจึงเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) อีก 4 ปี

Q : ทหารเกณฑ์กับนายทหารสัญญาบัตร ต่างกันอย่างไร ?

A : ทหารเกณฑ์คือผู้ที่เข้ารับการคัดเลือกตามกฎหมายเมื่ออายุครบ 21 ปี เริ่มต้นที่ยศพลทหาร ขณะที่นายทหารสัญญาบัตรคือผู้ที่เรียนทหารโดยตรงผ่านระบบโรงเรียนเตรียมทหารและโรงเรียนนายร้อย มีวุฒิปริญญาตรี เริ่มต้นที่ยศร้อยตรีหรือเทียบเท่า

Q : ผู้หญิงอยากเป็นทหารหรือตำรวจได้ไหม ?

A : ได้ โดยเส้นทางนายตำรวจสัญญาบัตร (นรต.) เปิดรับทั้งชายและหญิง ส่วนเหล่าทัพทหารบางสาขาก็มีหลักสูตรรองรับผู้หญิงเช่นกัน ควรตรวจสอบประกาศรับสมัครของแต่ละหน่วยงานในแต่ละปีโดยตรง

Q : สายตาไม่ดี ยังสมัครสอบเตรียมทหารได้ไหม ?

A : ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของแต่ละเหล่าทัพและแต่ละปี บางสาขา เช่น นักบิน มีเกณฑ์สายตาเข้มงวดกว่าสาขาอื่น แนะนำตรวจสายตาและปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนล่วงหน้าตั้งแต่ระดับ ม.ต้น

Q : ถ้าสอบเตรียมทหารไม่ผ่าน ยังมีเส้นทางอื่นสู่อาชีพทหาร-ตำรวจไหม ?

A : มี เช่น การสมัครเป็นนายทหารสัญญาบัตรจากการศึกษาในระบบพลเรือนแล้วผันมาสมัครเป็นนายทหารตามช่องทางที่แต่ละเหล่าทัพเปิดรับ รวมถึงการสอบแข่งขันเข้ารับราชการตำรวจในสายงานอื่น ๆ อย่างไรก็ตามเส้นทางผ่านเตรียมทหาร ยังคงเป็นเส้นทางที่ตรงและมั่นคงที่สุด